กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี

ตั้งอยู่ในบริเวณภาคอีสานของประเทศไทย

รายละเอียดเบื้องต้น

“กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี” เป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 จากชาวบ้านในพื้นที่ 4 ตำบล 2 อำเภอ ของจังหวัดอุดรธานี ได้แก่ ตำบลห้วยสามพาด ตำบลนาม่วง อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ตำบลหนองไผ่ และตำบลโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี โดยใช้กระบวนการเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการฯ ผ่านอำนาจอธิปไตยของรัฐทั้ง 3 ฝ่าย กล่าวคือ

1. อำนาจนิติบัญญัติ ได้แก่ การร่วมผลักดันข้อเสนอในรัฐธรรมนูญ ให้บัญญัติ ว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และสิทธิชุมชนท้องถิ่นในการมีส่วนร่วมกับรัฐ เพื่อบำรุงรักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟู และจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน, คัดค้านต่อ ส.ส.และส.ว. ในการตรากฎหมายแร่ ตั้งแต่พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2545 จนถึงพ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 อันเป็นการละเมิดแดนกรรมสิทธิ์ของประชาชน โดยการอนุญาตให้มีการทำเหมืองแร่ใต้ดินที่มีความลึกจากผิวดินเกินกว่า 100 เมตร รวมถึงนโยบายและแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ กฎกระทรวง ระเบียบ และขั้นตอนต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อนายทุนให้เข้ามากอบโกยเอาทรัพยากรชุมชนไปขาย นอกจากนี้ในอำนาจนิติบัญญัติระดับท้องถิ่น ซึ่งก็คือสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ได้มีมติไม่เห็นชอบกับโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี อีกด้วย

2. อำนาจบริหาร กลุ่มอนุรักษ์ฯ มีการยื่นข้อเรียกร้องคัดค้านโครงการฯ ตั้งแต่ระดับนายก อบต. กระทั่งถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งผ่านมาแล้วทั้งหมด 7 คน ทั้งรัฐบาลเผด็จการทหาร และรัฐบาลที่อ้างว่าตนเป็นประชาธิปไตย แต่สิ่งหนึ่งที่พบว่าไม่เคยแปรเปลี่ยน ก็คือในแต่ละยุคแต่ละสมัยทุกรัฐบาลต่างผลักดันเหมืองแร่โปแตช เพียงแต่แตกต่างกันที่วิธีการและอำนาจที่มีอยู่ในมือขณะนั้น โดยเฉพาะในยุค คสช. ซึ่งได้สร้างบาดแผลร้าวลึกและแสนเจ็บปวดที่สุด คือการขนเอาชาวบ้านจากหมู่บ้านเข้าไปประชาคมเรื่องเหมืองในค่ายทหาร และการจัดประชุมสภาอบต. โดยการเกณฑ์เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอส. มาปิดกั้นไม่ให้ชาวบ้านเข้าร่วมแม้แต่แสดงความคิดเห็น

3. อำนาจตุลาการ กลุ่มชาวบ้าน ใช้ช่องทางการต่อสู้ผ่านกระบวนการยุติธรรมฟ้องศาลปกครองอุดรธานี มาแล้ว หนึ่งครั้ง เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่ง เพิกถอนรายงานในใบไต่สวน ทั้ง 4 คำขอ ตามประทานบัตร และเพิกถอนกระบวนการขั้นตอนที่มีการดำเนินการต่อเนื่องตามรายงานในใบไต่สวน ซึ่งศาลก็ได้มีคำพิพากษา ให้เพิกถอนรายงานใบไต่สวนดังกล่าว เนื่องจากเป็นการทำรายงานที่ไม่ถูกต้องและที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี พิจารณาคำขอประทานบัตรของบริษัทเอพีพีซี ใหม่ ตามพ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 ตั้งแต่ขั้นตอนแรกตามกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทฯ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลแต่อย่างใด

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี

ภาพเพิ่มเติม