ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างโครงการ “เอส-ประดิพัทธ์” ในซอยประดิพัทธ์ 23 ของบริษัท แสนสิริ โฮลดิ้ง ซิกซ์ จำกัด ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในซอย ได้ยื่นร้องเรียนไปยังสภาผู้บริโภคว่าได้รับเดือดร้อนเสียหายจากการดำเนินการก่อสร้างโครงการตึกสูง ซึ่งอยู่ติดกับตัวบ้านของตน ภายหลังมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) ได้รับเรื่องร้องเรียนต่อมาจากสภาผู้บริโภค เพื่อเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบว่าบริษัทที่ปรึกษาหรือตัวโครงการได้ทำตัวรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) ผ่านไปแล้ว เมื่อ CRC ขอรายงานมาตรวจสอบก็พบความผิดปกติหลายอย่างในหลายประเด็น
โครงการดังกล่าวมีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายตั้งแต่ต้น ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ตลอดจนถึงกระบวนการที่ต่อเนื่องกัน คือ การยื่นแจ้งก่อสร้างอาคาร ตามมาตรา 39 ทวิ แทนการขอใบอนุญาตก่อสร้าง ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 นั้น มีความไม่ชอบต่อกฎหมายเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2544 ได้ระบุขนาดความกว้างของถนนสาธารณะในการก่อสร้างอาคารไว้ว่า ‘อาคารขนาดใหญ่ขนาดไม่เกิน 9,999 ตารางเมตร ต้องมีความกว้างถนนสาธารณะตั้งแต่ 6 – 10 เมตรตลอดสาย’ แต่โครงการดังกล่าวกลับมีความกว้างถนนสาธารณะไม่ถึง 6 เมตรตลอดสาย ซึ่งเข้าข่ายผิดข้อบัญญัติ รวมทั้งโครงการฯ มีระยะห่างจากแนวอาคาร ที่ประชิดกับตัวบ้านของผู้อยู่อาศัยเดิมมากเกินไป
ทางผู้เสียหายจึงเข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตต่างๆ ของการก่อสร้างโครงการดังกล่าว รวมถึงการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานต่างๆ ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนผู้อยู่อาศัยเดิม ได้แก่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตพญาไท และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) รวมถึงมีการยื่นคําร้องขอคุ้มครองชั่วคราวร่วมด้วย
20 ก.ย. 2566 สภาผู้บริโภคและชุมชนได้ยื่นหนังสือขอให้กทม. ยุติโครงการทั้ง 3 ไว้ก่อน ได้แก่ โครงการเอส-ประดิพัทธ์ (ซอยประดิพัทธ์ 23) โครงการ เดอะมูฟ-พหลโยธิน (พหลโยธิน ซอย 37) และโครงการ เอส-รัชดา (รัชดาภิเษก ซอย 44)
13 ก.พ. 2567 สภาผู้บริโภค พร้อมด้วยทนายความและผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างโครงการ “เอส-ประดิพัทธ์” ในซอยประดิพัทธ์ 23 ของบริษัท แสนสิริ โฮลดิ้ง ซิกซ์ จำกัด เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางขอให้เพิกถอนใบอนุญาตต่างๆ ของการก่อสร้างโครงการดังกล่าว รวมถึงการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานต่างๆ ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนผู้อยู่อาศัยเดิม
29 มี.ค.2567 ผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องขอให้ศาลมีมาตราการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีการพิพากษา เนื่องจากการดำเนินการก่อสร้างของโครงการฯ ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ฟ้องคดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอด จนทำให้บ้านของผู้ฟ้องคดีและคนที่อาศัยอยู่ภายในซอยได้รับความเสียหาย โดยบริษัทไม่ได้ทำตามมาตรการป้องกันในรายงานอีไอเอ
19 เม.ย. 2567 ทนายความ CRC เจ้าหน้าที่สภาผู้บริโภคและผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างโครงการฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตพญาไท เจ้าหน้าที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และเจ้าหน้าที่ของโครงการฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมบริเวณโครงการฯ ตามคำไต่สวนของศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2567 เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก่อนจะมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอวิธีการชั่วคราว โดยศาลกำหนดให้มีการตรวจสอบว่าโครงการฯ ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ในการป้องกันเหตุที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนทั้งความดังของเสียงรบกวน แรงสั่นสะเทือน และฝุ่นละอองให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ก่อสร้างหรือไม่
–