กรณีนายจำนงค์ หนูพันธ์ และนายธีรเนตร ไชยสุวรรณ แกนนำขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-move ถูกแจ้งข้อกล่าวหาโดยสถานีตำรวจนครบาลดุสิต กรุงเทพฯ ว่า เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม ฝ่าฝืนคำสั่งประกาศ 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล ในคดีอาญา สน.ดุสิตที่ 41/2567, 63/2567 และ 64/2567 ซึ่งเกิดจากการชุมนุมของกลุ่มพีมูฟในระหว่างวันที่ 5-28 ก.พ. 2567 ณ ทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้ ระหว่างการรับทราบข้อกล่าวหาทางพนักงานสอบสวนแจ้งว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 2 คน รวม 3 คดี เฉพาะนายจำนงค์ หนูพันธ์ ถูกตั้งข้อหาเพิ่มอีก 1 คดี (นายธีรเนตร 3 คดี, นายจำนงค์ 4 คดี) โดยเบื้องต้นตัวแทนพีมูฟทั้ง 2 คน ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันจะเดินหน้าต่อสู้คดี ยืนยันสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมเรียกร้องสิทธิในที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการจัดการทรัพยากรต่อไป
28 มี.ค. 2567 นายจำนงค์ หนูพันธ์ และนายธีรเนตร ไชยสุวรรณ แกนนำขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-move พร้อมด้วยนายวีรวัฒน์ อบโอ และน.ส.เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน หรือ CRC ได้เดินทางไปรายงานตัวและรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน ที่สน.ดุสิต โดยมีสมาชิก P-move จำนวนหนึ่งซึ่งเดินทางจากต่างจังหวัดมาร่วมให้กำลังใจ
(ในวันเดียวกัน) ตัวแทนพีมูฟได้เข้ายื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบการบังคับใช้พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ที่ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน ซึ่งทางพีมูฟยืนยันสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 44 และมาตรา 34 รวมถึงกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ไทยร่วมเป็นภาคี โดยมีนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ รองประธานคณะ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ คนที่ 4 เป็นผู้แทนรับหนังสือ
23 เม.ย. 2567 ทนายความ CRC พร้อมด้วยนายจำนงค์ หนูพันธ์ และนายธีรเนตร ไชยสุวรรณ เดินทางไปที่สำนักงานอัยการ พิเศษ 3 แขวงดุสิต เพื่อนัดส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมกับคำให้การ และได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ยื่นในชั้นอัยการขอให้มีการทบทวนคดีนี้ และขอให้สอบพยานบุคคลเพิ่ม ทั้งนี้ อัยการกำหนดนัดฟังคำสั่งว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ในวันที่ 26 ก.ค. 2567
–