คดีฟ้องใบไต่สวนโปแตชอุดร
กรณีฟ้องเพิกถอนรายงานใบไต่สวน
ประเภทคดี
คดีปกครอง
สถานะคดี
อยู่ระหว่างชั้นศาลปกครองสูงสุด

ช่วงระหว่างวันที่ 28 ต.ค. – 1 พ.ย. 2553 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รังวัดปักหลักหมายเขตคำขอประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ตามคำขอประทานบัตรในคำขอที่ 1 – 4/2547 ซึ่งในขณะดำเนินการได้เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างชาวบ้านในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ เนื่องจากการดำเนินการเป็นไปในลักษณะการลักลอบหรือปกปิดแบบรู้เห็นกันระหว่างผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีการแจ้งไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่โครงการในช่วงระยะเวลาเพียงเล็กน้อย หลังจากการจัดเวทีชี้แจงโครงการ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการรวบรัด มีเจตนาที่ไม่โปร่งใส จึงเกิดการคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่ และเป็นชนวนนำไปสู่การปะทะกันระหว่างชาวบ้านในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐ
ในเวลาต่อมา กพร. ได้ดำเนินการไต่สวนเขตคำขอประทานบัตร และขึ้นรูปแผนที่ แผนผังโครงการทำเหมืองแร่ใต้ดิน รวมเนื้อที่กว่า 26,446 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ต.หนองขอนกว้าง ต.โนนสูง ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี และ ต.ห้วยสามพาด ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ทั้งนี้ กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้สำรวจข้อมูล ข้อเท็จจริง กรณีรายงานการไต่สวนเขตคำขอประทานบัตร ซึ่งพบว่า มีความคลาดเคลื่อนในหลายประเด็น จึงนำไปสู่การจัดทำเอกสารคัดค้านการปักหมุดรังวัด ขึ้นรูปแผนที่ และโต้แย้งรายงานใบไต่สวนดังกล่าว
กระทั่งกลุ่มชาวบ้านจำนวน 47 ราย ได้ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ ต่อศาลปกครองอุดรธานี ขอให้มีคำพิพากษาให้รายงานการไต่สวนตามคำขอประทานบัตรเลขที่ 1-4/2547 ทั้ง 4 ฉบับ เป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนรายงานดังกล่าวเสีย
28 ต.ค. – 1 พ.ย. 2553 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รังวัดปักหลักหมายเขตคำขอประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ตามคำขอประทานบัตรในคำขอที่ 1 – 4/2547 ซึ่งในขณะดำเนินการได้เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างชาวบ้านในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐ
4 มี.ค. 2554 กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้มีหนังสือถึงอธิบดีกพร. อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี และผู้อำนวยการอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 2 อุดรธานี โดยมีความเห็นว่า กระบวนการขออนุญาตประทานบัตรของบริษัท เอเซีย แฟซิกฟิค โปแตช คอร์ดปอเรชั่น จำกัด และการดำเนินการปักหมุนรังวัดของ กพร. มีประเด็นที่ขาดความชอบธรรมและผิดขั้นตอนของกฎหมาย
3 – 15 ธ.ค. 2554 กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อค้านประกาศเขตพื้นที่คำขอประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี โดยมีชาวบ้านที่มีพื้นที่รวมลงรายมือชื่อ ซึ่งแบ่งออกเป็นรายชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จำนวน 1,580 แปลง และรายชื่อผู้มีส่วนได้เสียภายในขอบเขตพื้นที่โครงการฯ จำนวน 5,765 ราย ในการยื่นคัดค้านคำขอประทานบัตรที่ 1 – 4/2547 และรายงานโต้แย้งการไต่สวนประกอบการขอประทานบัตรเหมืองแร่
9 พ.ค.2556 กลุ่มชาวบ้านจำนวน 47 ราย ได้ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อศาลปกครองอุดรธานีประกอบด้วย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี, กำนันตำบลนาม่วง, กำนันตำบลหนองขอนกว้าง, กำนันตำบลโนนสูง, กำนันตำบลหนองไผ่, นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองโนนสูง – น้ำคำ และกำนันตำบลห้วยสามพาด ขอให้รายงานการไต่สวนตามคำขอประทานบัตรเป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนรายงานดังกล่าวเสีย
ศาลปกครองอุดรธานี มีคำพิพากษาให้เพิกถอนรายงานใบไต่สวนตามคำขอประทานบัตรทั้ง 4 คำขอ เนื่องจากเป็นการทำรายงานที่ไม่ถูกต้องและที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี พิจารณาคำขอประทานบัตรของบริษัทเอเชีย แปซิฟิก โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ใหม่ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามพ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 ตั้งแต่ขั้นตอนแรกตามกฎหมาย
ทั้งนี้ คู่ความได้ยื่นอุทธรณ์และกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด


