ฟ้องแล้ว EIA ร้านลาบ โครงการผันน้ำยวม ชาวบ้านแฉยับถูกแอบอ้างในรายงาน

วันนี้ (18 ต.ค.66) เวลา 09.00 น. ที่ศาลปกครองเชียงใหม่ เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย-สาละวิน และประชาชนที่มีภูมิลำเนาและที่ทำกินใน จ.เชียงใหม่ จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน รวม 66 คน ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล เพื่อขอให้พิพากษาว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ขณะที่ผู้รับมอบอำนาจผู้ฟ้องคดี ได้แก่ น.ส.ส.รัตนมณี พลกล้า นายธรธรร การมั่งมี น.ส.เฉลิมศรี ประเสริฐศรี น.ส.อาทิตยา งามประดิษฐ์ ทนายความ ทนายความเครือข่าย และ นักกฎหมาย ของมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เป็นผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีแทนผู้ฟ้องคดี

ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ประสานงานและทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลมีการทำ EIA มาตั้งแต่ ปี 2559-2563 และมีการพิจารณาผ่าน EIA โดย คชก. หรือ คณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม แบะคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในปี 2564

ที่ผ่านมาพี่น้องในพื้นที่พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมและขอข้อมูล EIA แต่ได้รับการปฏิเสธมาอย่างต่อเนื่อง หรือที่ได้มาก็เป็นฉบับถมดำมีข้อมูลไม่ครบและมีการปกปิดข้อมูลทำให้ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ จนในที่สุดในปี 2566 ก็ได้เอกสารที่ไม่ปกปิดข้อมูลจากกรมชลประทาน ซึ่ง EIA ก็ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี

ส.รัตนมณี กล่าวต่อว่า หลังจากได้รับ EIA และทำการตรวจสอบพบว่ายังมีปัญหาอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะประเด็นการรับฟังความคิดเห็นที่อ้างว่า มีการไปพบประชาชนแต่เป็นการนัดกินข้าวกันปกติ ไม่ได้บอกว่าจะเป็นการนัดทำ EIA จึงเป็นที่มาของ EIA ร้านลาบ

“นอกจากนี้ ข้อมูลในรายงานระบุยังว่ามีการพูดคุยจัดเสวนาเกี่ยวกับแม่น้ำสาละวิน แต่ในภาพกลับเป็นภาพของเสวนาเกี่ยวกับเขื่อนในแม่น้ำโขง เป็นคนละเรื่อง คนละวัน คนละปี ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากในการจัดทำ EIA จึงเป็นสาเหตุที่เกิดการยื่นฟ้องในครั้งนี้” ส.รัตนมณี กล่าว

ด้านนายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ หนึ่งในผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า ได้มีหน่วยงานมาเอารูปของตนไปใช้ผิดๆ ในรายงาน EIA ซึ่งข้อมูลไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง และเมื่อเครือข่ายประชาชน 3 จังหวัด มาดูเอกสารร่วมกันโดยละเอียดกับทีมกฎหมายแล้ว ก็พบว่าเป็นแบบนี้ทุกพื้นที่

“การฟ้องต่อศาลปกครองในครั้งนี้ผมไม่คิดว่าจะแพ้หรือชนะ แต่ความจริงต้องถูกเปิดเผย เราสู้ลำพังไม่ได้ ต้องร่วมกัน พี่น้องที่บ้านยังมีอีกมาก อยู่ห่างไกลไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล” นายสะท้านกล่าว

สำหรับการยื่นฟ้องในคดีนี้ผู้ฟ้องคดีขอศาลได้พิจารณาพิพากษาทั้งหมด 5 ข้อ ดังนี้

1. ขอให้พิพากษาว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการดำเนินการต่างๆของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเกี่ยวกับโครงการเป็นการดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอน/ยกเลิกโครงการดังกล่าวเสีย

2. ขอให้พิพากษาว่า การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอนรายงานและการให้ความเห็นชอบดังกล่าวเสีย

3. ขอให้พิพากษาว่า การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอนการดำเนินการดังกล่าวเสีย

4. ขอให้พิพากษาว่า ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง การแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสมและจริงจัง จัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วม และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนที่จะดำเนินการและระหว่างดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการดูแล ปกป้อง รักษาแม่น้ำยวม แม่น้ำเงา แม่น้ำเมย และแม่น้ำสาละวิน

5. ขอให้พิพากษาว่า ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ดำเนินการออกกฎหมาย หรือกฎ หรือระเบียบ เพื่อดำเนินการการคุ้มครอง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในลุ่มแม่น้ำแม่น้ำยวม แม่น้ำเงา แม่น้ำเมย และแม่น้ำสาละวิน