ลำดับเหตุการณ์สำคัญ คดีเหมืองหินเขาโต๊ะกรัง จ.สตูล

กรณีชาวบ้านกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรังยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐเพื่อให้เพิกถอนเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชน

เขาโต๊ะกรังเป็นภูเขาลูกโดด แต่วางตัวอยู่ในกลุ่มเขาใกล้เคียงประมาณ 6 ลูก ระยะห่างกันประมาณ 500 – 1,000 เมตร ได้แก่ 1. เขาโต๊ะกรัง 2. เขาพะเนียด 3. เขาลูกช้าง 4. เขาบูเก็ตยามู 5. เขาหาน และ6. เขาวังตังกา ซึ่งเขาโต๊ะกรังมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นภูเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์และยังมีถ้ำและเพิงผาจำนวนมาก รวมทั้งหินงอกหินย้อยที่สวยงามเป็นประกายแวววาว ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งสำคัญด้านธรณีวิทยาที่สำคัญของจังหวัดสตูล ปัจจุบันพื้นที่เขาโต๊ะกรังยังคงเปรียบเสมือนตู้กับข้าวของชาวบ้านโดยรอบ

 

18 สิงหาคม 2540 กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรม ฉบับที่ 5 โดยมีพื้นที่ที่กำหนดเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรม (เพิ่มเติม) ในจังหวัดสตูล จำนวน 1 แหล่ง คือ เขาลูกช้าง ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล

28 กรกฎาคม 2559 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ได้รับจดทะเบียนคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน จาก บริษัท ภูทองอันดา จำกัด ไว้เป็นคำขอที่ 4/2559 และเจ้าหน้าที่ได้ทำการรังวัดกำหนดเขตคำขอประทานบัตรดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510

29 สิงหาคม 2559 อุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ได้ออกประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ โดยบริษัท ภูทองอันดา จำกัด ซึ่งระบุบริเวณเนื้อที่ที่ขอประทานบัตร ประมาณ 110 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำคำร้องคัดค้าน ภายใน 20 วัน นับแต่วันที่ปิดประกาศนี้ หลังจากปิดประกาศดังกล่าวแล้วได้แจ้งให้ทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน อำเภอควรโดน ส่งเรื่องให้ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตามคำขอประทานบัตรดำเนินการจัดประชุมรับฟังการชี้แจง

8 กันยายน 2559 กำนันตำบลควนโดน ได้ดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หมู่ที่ 6 บ้านหัวสะพานเหล็ก ณ มัสยิดอัชชอดากออตุลอิสลาม และได้แจ้งผลการจัดเวทีประชาคมไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน ในวันที่ 13 กันยายน 2559

15 กันยายน 2559 ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน และตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล และโรงเรียนอรุณศาสน์วิทยามูลนิธิ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงในเขตคำขอประทานบัตรเหมืองแร่ ได้ทำหนังสือคัดค้านหรือโต้แย้งการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ของ บริษัท ภูทองอันดา จำกัด เนื่องจากเห็นว่า การประกอบกิจการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน และยังจะส่งผลกระทบด้านสุขภาพอนามัย ตลอดทั้งการทำมาอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า กระบวนการดำเนินโครงการดังกล่าวยังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ โดยกลุ่มชาวบ้านและโรงเรียนได้ส่งหนังสือถึงหน่วยงานราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน และนายอำเภอควนโดน

19 กันยายน 2559 นายอำเภอควนโดนได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อแจ้งว่าประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองแร่ โดยใช้สิทธิตามประกาศกรมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่องโต้แย้งคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบผลกระทบที่จะมีผลต่อสิ่งแวดล้อมและบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียง

และในวันดังกล่าวชาวบ้านนาปริก หมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ ณ มัสยิดฟัตหุเราะห์มาน โดยในเวทีมีข้อสรุปว่าไม่เห็นด้วยกับการให้ประทานบัตรทำเหมืองแร่ในพื้นที่และขอให้ยุติการดำเนินการทั้งหมด

29 กันยายน 2559 ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากหมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน, ชาวบ้านหมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 10 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง ได้รวมตัวกัน ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการและเรียกร้องให้ยกเลิกการขอประทานบัตรเหมืองแร่ ต่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน เนื่องจากเกรงเรื่องผลกระทบต่างๆ ที่ชาวบ้านจะได้รับจากการประกอบกิจการเหมืองแร่

4 ตุลาคม 2559 ชาวบ้านตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เพื่อขอคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนในพื้นที่ เนื่องจากเห็นว่า หากมีการอนุญาตให้เข้าทำการระเบิดหินในบริเวณดังกล่าว จะทำให้ชาวบ้านหมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 10 ตำบลทุ่งนุ้ย ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีโรงเรียน 7 แห่ง ศาสนสถานจำนวน 6 แห่ง และบ้านเรือนประชาชนอีกหลายครัวเรือน

7 ตุลาคม 2559 องค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน (อบต.) ได้ดำเนินการประชุมสภา อบต. และมีมติเห็นชอบกับการขอประทานบัตรโครงการ

30 ตุลาคม 2559 คนในชุมชนร่วมกันสำรวจพื้นที่และรวบรวมข้อมูล พบว่า บริเวณโดยรอบภูเขาดังกล่าวเป็นป่าดิบชื้น มีแหล่งน้ำซับ/ป่าพรุ น้ำไหลลงสู่ลำห้วยที่อยู่ใกล้เคียง ได้แก่ ห้วยโซ๊ะ และห้วยตาหรา พบพันธุ์ไม้หวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามจำนวนมาก ได้แก่ ตะเคียน เนียน ขนุนปาน หาด สาวดำ และ ตะแบก เป็นต้น และยังพบสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ กระจง ลิ่น กระรอก ค่างแว่นถิ่นใต้ ค้างคาว เม่นใหญ่ นกกวัก นกกางเขนดง นกเขาเปล้า นกเขาไฟ นกคุ่ม เป็นต้น โดยในอดีตจนถึงปัจจุบันชุมชนได้อาศัยใช้ประโยชน์จากป่าไม้บนภูเขาลูกนี้มากมาย เช่น ใช้ไม้ทำด้ามจอบ ขวาน และมีด พืชหลายชนิดใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค

3 พฤศจิกายน 2559 ผู้ฟ้องคดีและชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากหมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน ชาวบ้านหมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อคัดค้านการจัดเวทีประชาคม เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 และคัดค้านมติองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดนที่ได้มีมติเห็นชอบการขอประทานบัตร เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 หลังจากการทำประชาคมดังกล่าว

7 เมษายน 2560 กรมป่าไม้ได้อนุมัติให้พื้นที่เขาโต๊ะกรัง เป็นพื้นที่ป่าชุมชนตามกฎหมาย โดยใช้ชื่อว่า “ป่าชุมชนบ้านเกาะใหญ่” และระบุว่า ป่าเขาโต๊ะกรัง มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ มีทรัพยากรธรรมชาติสำคัญจำนวนมาก มีพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่และไม้พื้นล่างที่มีความหลากหลาย และมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและเป็นพื้นที่ซับ

จากการเป็นภูเขาและกลุ่มเขาที่มีสภาพป่าและทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นพื้นที่เชื่อมโยงของผืนป่าในกลุ่มเขาโดยรอบ โดยเฉพาะป่าชุมชนบ้านนาปริก (เขาเพนียด) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ป่าชุมชนแห่งแรกในพื้นที่ และยังได้รับรางวัลป่าชุมชนตัวอย่างโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันได้ร่วมสนองพระราชดำริเป็นป่าในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน ซึ่งอยู่ห่างจากเขาโต๊ะกรังประมาณ 800 เมตร ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันจากป่าชุมชนเขาโต๊ะกรัง และป่าชุมชนเขาเพนียด รวมทั้งกลุ่มเขาโต๊ะกรังประมาณ 6 ลูก สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณป่าชุมชนเขาโต๊ะกรัง และป่าชุมชนเขาเพนียด ก็ได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นทั้งแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งหากิน และหลบภัย ชาวบ้าน จึงร่วมกันปกปักรักษาป่าเขาโต๊ะกรังเพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร แหล่งท่องเที่ยวศึกษาธรณีวิทยา และใช้ประโยชน์ร่วมกันจนถึงคนรุ่นต่อๆ ไป

13 กรกฎาคม 2560 จังหวัดสตูลโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาขั้นตอนกรณีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่ามีความถูกต้อง ครบถ้วนตามระเบียบหรือไม่ โดยที่ประชุมเห็นว่า การทำประชาคม เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 ยังไม่เป็นไปตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนด คือ ไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ในรัศมี 500 เมตร และต้องการให้มีการจัดทำประชาคมใหม่

9 ตุลาคม 2561 สำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ได้ปิดประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ ของบริษัท ภูทองอันดา จำกัด ซึ่งได้ยื่นคำขอประทานบัตรเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่อการก่อสร้าง) และรับจดทะเบียนไว้เป็นคำขอที่ 4/2559 เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำคำร้องคัดค้าน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ปิดประกาศนี้ โดยในการปิดประกาศครั้งนี้ได้มีการลดขนาดจำนวนพื้นที่ลงเหลือ 88 ไร่ 1 งาน 66 ตารางวา

14 พฤศจิกายน 2561 อุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ได้มีหนังสือถึงผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง ให้ปิดประกาศและประชาสัมพันธ์เชิญประชาชนในพื้นที่คำขอประทานบัตร เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นในเวทีรับฟังความคิดเห็น ในวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ณ ที่ว่าการอำเภอควนโดน

21 พฤศจิกายน 2561 ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบได้ยื่นหนังสือถึงสำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล เพื่อติดตามคำร้องคัดค้านและขอให้ยกเลิกการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่คำขอประทานบัตรที่ 4/2559 ซึ่งในเวลาต่อมาคือ วันที่ 26 พฤศจิกายน สำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ได้มีหนังสือแจ้งชาวบ้านว่า ผู้ขออนุญาตประทานบัตรได้ขอยกเลิกการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในวันที่ ๔ ธันวาคม 2561 และขอชะลอการพิจารณาคำขอประทานบัตรไว้ก่อน

20 กุมภาพันธ์ 2562 สำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ได้ปิดประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ โดย บริษัท ภูทองอันดา จำกัด ยื่นคำขอประทานบัตรเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ใหม่อีกครั้ง ตามที่ได้รับจดทะเบียนไว้เป็นคำขอที่ 4/2559 จำนวนเนื้อที่ 110 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำคำร้องคัดค้าน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ปิดประกาศนี้

21 มีนาคม 2562 อุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ได้ส่งหนังสือให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน ดำเนินการปิดประกาศและประชาสัมพันธ์เวทีการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่คำขอประทานบัตร แต่ในรายละเอียดตามสำเนาประกาศที่แนบมากับหนังสือฉบับดังกล่าวนั้น ได้มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ขนาดเนื้อที่เพียง 88 ไร่ 1 งาน 66 ตารางวา โดยจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 18 เมษายน 2562 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอควนโดน

28 มีนาคม 2562 ชาวบ้านในพื้นที่และกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรังได้ส่งหนังสือถึงสำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ขอคัดค้านการจัดการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในวันที่ 18 เมษายน 2562 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอควนโดน และตั้งข้อสังเกตถึงการปฏิบัติงานที่ไม่มีความชอบธรรมและไม่เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมาย

17 เมษายน 2562 ชาวบ้านในพื้นที่และกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรังได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ขอคัดค้านการจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในวันที่ 18 เมษายน 2562 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอควนโดน

18 เมษายน 2562 สำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอควนโดน จังหวัดสตูล พร้อมกันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ยื่นหนังสือถึง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ผ่านสำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล เพื่อขอคัดค้านการจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวนี้ด้วย

15 พฤษภาคม 2562 ชาวบ้านในพื้นที่และกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรังได้ยื่นหนังสือคัดค้านเวทีการจัดรับฟังความคิดเห็น วันที่ 18 เมษายน 2562 และคัดค้านรายงานผลการจัดรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่คำขอประทานบัตร ที่ 4/2559 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล

16 พฤศจิกายน 2563 ชาวบ้านในพื้นที่ยื่นหนังสือถึงสำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล เพื่อขอให้สั่งให้การจัดรับฟังความคิดเห็นและรายงานผลการจัดรับฟังความคิดเห็นของชุมชน ตามคำขอประทานบัตร ที่ 4/2559 ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน และหมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง เป็นโมฆะ

9 ธันวาคม 2563 สำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสตูลมีหนังสือชี้แจงว่า เวทีการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวได้รับฟังความคิดเห็นของชุมชนที่มีระยะห่างจากแนวเขตประทานบัตรไม่เกิน 500 เมตร จึงเป็นการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสียครอบคลุมและถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว พร้อมทั้งอ้างว่า ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 10 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ไม่ได้อยู่ในรัศมี 500 เมตร

8 มีนาคม 2564 นายมูหัมหมาด ปะดุกา ที่ 1 กับพวกรวม 20 คน เป็นผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองสงขลา โดยมีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล และอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ที่ 1-4 ตามลำดับ ผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบคน ขอให้ศาลพิพากษา ว่า

  1. ให้ “การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชน” ในพื้นที่คำขอประทานบัตร ที่ 4/2559 ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน และหมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้ผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเป็นโมฆะหรือไม่มีผลทางกฎหมาย โดยให้มีผลนับแต่วันที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น
  2. ให้ “รายงานการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชน” เป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นโมฆะหรือไม่มีผลทางกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ไม่อาจนำเอาไปใช้ประกอบการพิจารณาการขอประทานบัตร ตามคำขอประทานบัตรที่ ที่ 4/2559 จังหวัดสตูลได้ โดยให้มีผลนับแต่วันที่จัดทำรายงาน
  3. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ไม่อาจนำเอาเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชนและรายงานดังกล่าว ไปดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับการรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 และให้ถือว่า การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว เป็นกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่มีผลทางกฎหมาย โดยให้มีผลนับแต่วันที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น

5 มีนาคม 2568 ศาลปกครองสงขลานัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก โดยตุลาการผู้แถลงคดีมีความเห็นยกฟ้อง

18 มีนาคม 2568 ศาลปกครองสงขลานัดฟังคำพิพากษา

ข่าวอื่นๆที่คุณอาจจะสนใจ