ชาวบ้านท่าผา จังหวัดลำปาง ได้รับผลกระทบจากการวางท่อของโครงการระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ลำน้ำแม่ยาว โดยกรมทรัพยากรน้ำ
อาทิตยา งามประดิษฐ์ ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) รายงานว่า สืบเนื่องจากทีมทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย ว่ามีชาวบ้านตำบลท่าผา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ได้รับผลกระทบจากการวางท่อส่งน้ำของโครงการระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ลำน้ำแม่ยาว ซึ่งเดิมทีโครงการดังกล่าวมีแผนจัดวางท่อกระจายน้ำในเขตถนนสาธารณะ โดยได้มีการขีดเส้นระบุตำแหน่งที่จะต้องดำเนินการรื้อถอนถนนออกบางส่วนเพื่อวางท่อกระจายน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ปรากฎว่าเมื่อโครงการเริ่มดำเนินการมาถึงบริเวณที่นาของชาวบ้านตำบลท่าผา ทางโครงการกลับเบี่ยงแนววางท่อกระจายน้ำมาไว้บริเวณที่นาของชาวบ้านแทน โดยได้ขุดดินออกบางส่วนเพื่อทำการวางท่อกระจายน้ำของโครงการ ส่งผลให้ที่ดินทำกินของชาวบ้านเกิดการทรุดตัว พื้นที่นาไม่สม่ำเสมอ รถไถไม่สามารถเข้าไปไถนาได้ดังเดิม
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีข้อพิรุธในเรื่องของความโปร่งใสของโครงการ อาทิ โครงการประชาสัมพันธ์ต่อชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับพื้นที่ดำเนินโครงการซึ่งจะอยู่บริเวณลำน้ำแม่ยาว แต่กลับดำเนินการก่อสร้างโครงการฯอยู่บริเวณแม่น้ำวังในปัจจุบัน ทั้งคุณภาพและความคุ้มค่าของโครงการนั้นยังไม่สอดคล้องกับงบประมาณที่ใช้ก่อสร้างโครงการเป็นอย่างยิ่ง
วันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ทีมทนายความของมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลดังกล่าว และให้คำปรึกษาถึงขั้นตอนแห่งการฟ้องคดีแก่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ โดยชาวบ้านส่วนใหญ่มีความต้องการให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำท่อกระจายน้ำออกจากที่นาของตน และปรับพื้นที่นา ให้กลับมาเป็นดังเดิม ก่อนฤดูทำนาที่จะถึงนี้
ด้าน ฐิตารีย์ มีมุข ชาวบ้านนางแตน ตำบลท่าผา หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนฤดูกาลทำนาเมื่อปีที่ผ่านมา คือได้มีการบุกรุกเข้ามาขุดเจาะและเอาท่อวางในบริเวณที่นา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ ระหว่างดำเนินการกลุ่มชาวนากลุ่มนี้ไม่ได้ขึ้นไปเห็นสถานที่ที่เขาทำงาน จนกระทั่งมีการขุดวางท่อแล้วเสร็จ ซึ่งชาวบ้านมาทราบภายหลังว่า เป็นการทำโครงการระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ลำน้ำแม่ยาว
“แต่มันไม่ใช่แม่น้ำยาว มันเอาแม่น้ำวังมาเลย เขาเอาน้ำขึ้นไปข้างบน ไปถึงสวนข้างบนน่ะ เพราะมีนายทุนใหญ่อยู่ข้างบน แล้วเขาก็บอกชาวบ้านแถวนี้ว่า น้ำจะผ่านจะได้ใช้งาน แต่ความจริงชาวบ้านไม่ได้น้ำเลยค่ะ” ฐิตารีย์ เผย
ฐิตารีย์ กล่าวต่อว่า ตอนที่มีการประชุมประชาคม เขาเอาแต่กลุ่มของเขาไปไม่ได้เอาเจ้าของที่ไปประชุมด้วย เราจึงไม่ได้ไปคัดค้านเพราะว่าไม่รู้เรื่อง อีกทั้งตอนนั้นยังไม่ถึงช่วงฤดูทำนาก็ยังไม่ได้เข้าไปทุ่งนากัน แต่พอมาเห็นตอนที่เขาวางท่อเสร็จแล้ว คือท่ออยู่ในผืนนาและก็กลบดินเรียบร้อยแล้วถึงไปคัดค้านและบอกให้เขาขุดเอาท่อออก เขาก็ไม่เอาออกให้ และยังบอกว่าวางไปแล้วเป็นของหลวงแล้ว
ผลกระทบก็คือท่อระบายน้ำเขาเอามาใส่ตรงทุ่งนาของเรา แล้วทีนี้พอช่วงทำนาดินมันทรุดตัวลงไป แต่ถ้าช่วงที่ยังไม่ได้ทำนา ถ้าเขาเปิดน้ำๆ ท่อมันก็จะแตก หรือในอนาคตถ้าเราไม่ทำนาแล้ว เราเอาดินมาถมปลูกสิ่งก่อสร้าง เราก็กังวลว่าแรงกดดันมันอาจจะทำให้ท่อแตกหรือระเบิดได้
“ช่วงทำนาดินมันทรุดบริเวณนั้นจะหว่านข้าวไม่ได้ คือข้าวไม่ขึ้นเลย เขาบอกว่าถ้าทำนาเก็บเกี่ยวเสร็จเขาจะมาเอาออกให้ ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3-4 เดือนก็ยังไม่เห็นผล กรมทรัพยากรน้ำบอกว่าจะมาประชุมในหมู่บ้านก็ยังไม่มาเลย”
สำหรับโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ลำน้ำแม่ยาว สนับสนุนการเกษตรแปลงใหญ่ หมู่ที่ 1 2 3 4 10 11 ตำบลเกาะคา ตำบลท่าผา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ของสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 กรมทรัพยากรน้ำ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรมให้กับประชาชนในพื้นที่
กรณีดังกล่าวมีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจำนวน จำนวน 9 ราย ที่มาร่วมทำข้อมูลชุมชนเพื่อขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากทีมทนายความ CRC ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านได้เคยยื่นหนังสือร้องเรียนกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และได้มีองค์กรอิสระคือ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว





