ระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) ร่วมกับ ผศ.ดร.วรวิทย์ นพแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ จัดประชุมให้ความรู้เพื่อเตรียมการเป็นผู้ช่วยนักกฎหมายชุมชน หรือ Community Paralegal แก่ตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ และกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการขออนุญาตประทานบัตรในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มคนรักษ์เขากะลา กลุ่มคนหัวหวายรักบ้านเกิดคัดค้านโรงโม่ และกลุ่มคนหนองโพรักเขาปูน-เขาใหญ่ ไม่เอาเหมืองแร่ เข้าร่วมประมาณ 50 คน ทั้งนี้ เป็นการได้รับทุนสนับสนุนจากสถานทูตแคนาดา

โดยการประชุมครั้งนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลไกการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ กลไกการร้องเรียนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ การใช้สิทธิตามกระบวนยุติธรรม ตลอดจนกฎหมายแร่และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ขั้นตอนการขออนุญาตประทานบัตร การจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) การทำหนังสือร้องเรียนหน่วยงานราชการ เป็นต้น พร้อมกันนี้ก็ได้มีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยน ระดมความคิดเห็น และร่วมกันจัดทำข้อมูลชุมชนด้วย
นอกจากนี้ ทางกลุ่มชาวบ้านยังนำคณะลงสำรวจพื้นที่ ได้แก่ เหมืองเหล็กบ้านหนองโพ ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี, เหมืองหินใต้ดิน ตำบลหัวหวาย อำเภอตาคลี, เหมืองหินปูน ตำบลเขากะลา อำเภอพยุหะคีรี และเหมืองหินปูน ตำบลพระนอน อำเภอเมืองนครสวรรค์
ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ประสานงานบริหาร มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) เปิดเผยว่า งานผู้ช่วยนักกฎหมายชุมชน หรือพาราลีเกิล เป็นการทำงานของ CRC ร่วมกับทางอาจารย์สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ด้วยโครงการนี้เล็งเห็นว่าทนายความมีอยู่จำนวนจำกัด ดังนั้นการที่ทนายความจะต้องลงไปเก็บข้อมูลเอง หรือแม้กระทั่งการให้คำปรึกษาเอง ในเบื้องต้นก็อาจจะมีความยุ่งยากและไม่สะดวก ทั้งในเรื่องเวลา เรื่องการทำงาน รวมถึงข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณด้วย
โดยคำว่าผู้ช่วยนักกฎหมายชุมชน หรือ Community Paralegal คือ การที่มีคนในชุมชน ซึ่งมีความรู้ ความเข้าใจในสภาพพื้นที่ จะได้รับการอบรมสร้างความพร้อมในการทำงานเก็บรวบรวมข้อมูล และจัดทำเอกสารต่างๆ ร่วมกับเราและทางมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาเหล่านี้จะต้องผ่านการฝึกอบรม เพื่อให้มีความรู้เรื่องสิทธิ กลไกการใช้สิทธิเบื้องต้น ข้อกฎหมายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา เช่น รัฐธรรมนูญ กฎหมายแร่ รวมถึงกฎหมายแพ่ง และกฎหมายอาญา เป็นต้น เพื่อช่วยทีมนักกฎหมายหรือทนายความในการสร้างความเข้มแข็งทางกฎหมายให้แก่ชุมชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ








