สืบเนื่องจาก วันที่ 29 เมษายน 2569 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ดุสิต ได้ส่งฟ้องนายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) และกรรมการบริหารสลัม 4 ภาค กับพวกรวม 7 คน ต่อศาลแขวงดุสิต เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.385/2569 ฐานความผิดร่วมกันชุมนุมสาธารณะในสถานที่ห้ามจัดการชุมนุมซึ่งอยู่ในรัศมี 50 เมตร จากทำเนียบรัฐบาล โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อหาทีมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
โดยคดีนี้เป็นเหตุสืบเนื่องมาจากการชุมนุมของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ (P-move) ได้มีการนัดรวมตัวกันของเครือข่ายประชาชนจากทุกภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายและนโยบายของรัฐในด้านที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการจัดการทรัพยากร เพื่อไปติดตามผลการประชุมของคณะรัฐมนตรีในการให้ความเห็นชอบการเจรจาระหว่างรัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรวงทอง กับสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรวงทอง ได้รับปากว่าจะนำผลการเจรจาทั้ง 6 ข้อ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568

วันนี้ (17 มิถุนายน) เริ่มเวลา 10:00 น. ผู้พิพากษาศาลแขวงดุสิต สอบถามแนวคำให้การของจำเลยทั้งเจ็ด โดยจำเลยทั้งเจ็ดยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยืนยันว่าเป็นการใช้สิทธิชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ทั้งพฤติการณ์และจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมก็มิได้เข้าองค์ประกอบในการพิจารณาออกคำสั่งห้ามชุมนุมแต่อย่างใด จึงยืนยันขอสู้คดีจนถึงที่สุด
โดยคดีนี้จำเลยที่ 1 ถึง ที่ 3 และที่ 5 ถึง ที่ 7 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในวงเงินประกัน คนละ 5,000 บาท ยกเว้นนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน หนึ่งในจำเลยในคดีนี้ ซึ่งยังคงถูกคุมขังในคดีอื่น ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว และให้วางหลักประกันเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท แต่ปัจจุบันนายจตุภัทร์ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากมีหมายขังของคดีอื่นอยู่
โดยจำเลยทั้งเจ็ดมีกำหนดนัดที่จะต้องเดินทางมาศาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 18 กันยายน 2569 และนัดสืบพยานจำเลย ในวันที่ 24-25 กันยายน 2569 เวลา 09:00 น.
อาทิตยา งามประดิษฐ์ ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) รายงาน




