วันที่ 16 มิถุนายน 2569 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ดุสิต ได้ส่งฟ้องนายสมศักดิ์ บุญมาเลิศ สมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) กับพวกรวม 5 คน (สมศักดิ์ บุญมาเลิศ, สินชัย รู้เพราะจีน, จรัสศรี จันทร์อ้าย, จำนงค์ หนูพันธ์  และ ธีรเนตร ไชยสุวรรณ) ต่อศาลแขวงดุสิต เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.542/2569 ในฐานความผิดร่วมเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะในสถานที่ห้ามจัดการชุมนุมซึ่งอยู่ในรัศมี 50 เมตร จากทำเนียบรัฐบาล โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ภาพ : ขบวนการประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม

โดยคดีนี้เป็นเหตุสืบเนื่องมาจากการชุมนุมของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ (P-move) ได้มีการนัดรวมตัวกันของเครือข่ายประชาชนจากทุกภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย ซึ่งมีการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 8 ตุลาคม 2567

โดยจำเลยมีทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยโดยไม่ต้องใช้หลักประกัน ต่อมาศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว และมีคำสั่งให้จำเลย 5 คน วางหลักประกันจำนวนคนละ 5,000 บาท ทั้งนี้ เงินหลักประกันดังกล่าว ทางจำเลยได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม จนกระทั่งเวลา 16.00 น. จึงได้รับการปล่อยตัว

ทั้งนี้ จำเลยทั้งห้าคนมีกำหนดนัดที่จะต้องเดินทางมาศาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นนัดสอบคำให้การ และตรวจพยาน ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น.

คดีนี้ นับเป็นคดีที่ 6 ของจำนงค์ หนูพันธ์ และเป็นคดีที่ 3 ของธีรเนตร ไชยสุวรรณ ที่ถูกฟ้องในข้อหาร่วมกันหรือร่วมกันจัดให้มีการชุมนุมสาธารณะในสถานที่มีคำสั่งห้ามจัดการชุมนุมซึ่งอยู่ในรัศมี 50 เมตร จากทำเนียบรัฐบาล

โดย ทิตศาสตร์ สุดแสน ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) ให้ความเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 7 วรรคท้าย ได้บัญญัติโดยชัดเจนว่า ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้บัญชาการแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจประกาศห้ามชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาลได้แต่ต้องคำนึงถึงจำนวนของผู้เข้าร่วมชุมนุมและพฤติการณ์ในการชุมนุมด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฎว่า ตลอดระยะเวลาในการชุมนุมของกลุ่มพีมูฟมีจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่มากและพฤติการณ์ของการชุมนุมก็เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ รวมทั้งในคำฟ้องยังไม่ปรากฎว่ามีการบรรยายถึงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความสงบเรียบร้อยของประชาชน

นอกจากนี้ การพิจารณาออกประกาศห้ามชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบสถานที่ทำเนียบรัฐบาลของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องคำนึงถึงเรื่องสิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การออกคำสั่งดังกล่าวจึงอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น

ข่าวอื่นๆที่คุณอาจจะสนใจ