ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ตัวแทนกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรัง จังหวัดสตูล เข้าร่วมเวทีสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน หรือ UN Responsible Business and Human Rights Forum 2026 (UN RBHR Forum 2026) ณ อาคารสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การปกป้องชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติจากโครงการเหมืองหินอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 อับดุลเลาะห์ ปะดุกา ตัวแทนกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรัง เข้าร่วมเสวนาหัวข้อ “การเยียวยาความเสียหายต่อผู้คนและโลก: อะไรได้ผล อะไรล้มเหลว และเพราะเหตุใด” ร่วมกับผู้แทนจาก FORUM-ASIA, B&HR Access to Justice Lab มหาวิทยาลัยแมคควอรี, Bangladesh Center for Workers’ Solidarity และมหาวิทยาลัยฮาซานุดดิน

เวทีดังกล่าวมุ่งแลกเปลี่ยนสถานการณ์ของแรงงาน ชุมชน และนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งยังคงเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงความยุติธรรมและการเยียวยาจากผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ แม้หลายประเทศจะมีกฎหมาย กลไกรับเรื่องร้องเรียน และกระบวนการยุติธรรมรองรับ แต่การบังคับใช้ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถตอบสนองต่อประสบการณ์และความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างแท้จริง

อับดุลเลาะห์ ปะดุกา กลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรัง กล่าวบนเวทีว่า เขาโต๊ะกรังตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอควนโดนกับอำเภอควนกาหลง และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามซึ่งเปิดสอนมานานกว่า 40 ปี ภูเขาแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีถ้ำ หินงอกหินย้อย และแหล่งน้ำซับที่สัมพันธ์กับวิถีเกษตรกรรมของประชาชนโดยรอบ

ชุมชนได้ร่วมกันคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองหินมาเป็นเวลาประมาณ 10 ปี โดยสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนเปลี่ยนแปลงและเกิดความเห็นต่างระหว่างผู้สนับสนุนโครงการกับผู้ที่ต้องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

“จากเดิมที่เราอยู่ร่วมกันแบบพี่น้องและพึ่งพาซึ่งกันและกัน เมื่อมีการขอประทานบัตรก็ทำให้ชุมชนแบ่งออกเป็นสองฝ่าย นี่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว แม้โครงการเหมืองยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ” อับดุลเลาะห์กล่าว

เขายังสะท้อนถึงข้อจำกัดในการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยระบุว่า แม้ตนจะทำงานอยู่ในโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่โครงการไม่เกิน 300 เมตร และมีโอกาสได้รับผลกระทบโดยตรง แต่กลับไม่ได้รับสิทธิแสดงความคิดเห็นในเวทีรับฟังความคิดเห็น เนื่องจากไม่ได้มีชื่ออยู่ในขอบเขตพื้นที่ที่กำหนด

ในส่วนของรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ชุมชนประสบความยากลำบากในการขอข้อมูล และเมื่อนำรายงานมาศึกษาพบว่ามีข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนเห็นว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ จึงร่วมกับโรงเรียนอรุณศาสน์วิทยามูลนิธิและประชาชนยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนรายงาน EIA ความเห็นชอบต่อรายงาน และกระบวนการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง โดยศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2569

ครูอับดุลเลาะห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่โดยรอบเขาโต๊ะกรังเป็นชุมชนเกษตรกรรมและแหล่งผลิตกระท้อนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ขณะเดียวกัน ภูเขายังเป็นแหล่งน้ำซับและส่วนหนึ่งของระบบต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อประชาชนในจังหวัดสตูล หากเกิดโครงการเหมืองหินจึงอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สุขภาพ อาชีพ และวิถีชีวิตของชุมชน

“ชาวบ้านไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่การพัฒนาต้องไม่ทำลายระบบนิเวศ ไม่ละเมิดสิทธิของประชาชน และต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนกำหนดอนาคตของตนเอง ทั้งในเรื่องสุขภาพและวิถีชีวิต” อับดุลเลาะห์กล่าว

พร้อมกันนี้ เขาเรียกร้องให้องค์กรวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการเก็บข้อมูลและการวิจัยโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม เนื่องจากชุมชนยังขาดความรู้ เครื่องมือ และทรัพยากรในการจัดทำข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม

ด้านรัตนา ปะดุกา ตัวแทนกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรัง กล่าวว่า การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้ทำให้ชุมชนได้เรียนรู้ประสบการณ์จากหลายประเทศ และมองเห็นความสำคัญของการสร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนชุมชนที่กำลังเผชิญปัญหาจากโครงการพัฒนา

“การได้มาร่วมเวทีครั้งนี้ทำให้ชุมชนเขาโต๊ะกรังเข้มแข็งขึ้น และรู้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้อย่างเดียวดาย หากคนในชุมชนสมัครสมานสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และมีเครือข่ายกับกลไกต่าง ๆ เข้ามาช่วย เราเชื่อว่าจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันได้” รัตนากล่าว

ปัจจุบันบริษัทเอกชนอยู่ระหว่างยื่นคำขอประทานบัตรโครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื้อที่ประมาณ 110 ไร่ บริเวณหมู่ที่ 6 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน และหมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล

การเข้าร่วมเวที UN RBHR Forum 2026 ของกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรัง จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเสียงของชุมชนท้องถิ่นไปสู่พื้นที่ระดับภูมิภาค พร้อมยืนยันว่าการเยียวยาที่มีความหมายต้องเริ่มต้นจากการรับฟังผู้ได้รับผลกระทบ การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และการเคารพสิทธิของประชาชนในการกำหนดอนาคตของชุมชนตนเอง

Views: 62|By |Published On: กันยายน 17th, 2026|Categories: ข่าว|Tags: |

ข่าวอื่นๆที่คุณอาจจะสนใจ