
วันที่ 28 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 14.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดสตูล คณะครู นักเรียนโรงเรียนอรุณศาสตร์ ชาวบ้านรอบเขาโต๊ะกรัง อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล และกลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรัง ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เพื่อคัดค้านการให้อนุญาตประทานบัตร กรณีโครงการทำเหมืองชนิดแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ของบริษัท ภูทองอันดา จำกัด ตามคำขอประทานบัตรที่ 4/2559 ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) มีมติให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการทำเหมืองชนิดแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ของบริษัท ภูทองอันดา จำกัด ในการประชุมครั้งที่ 26/2567 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 ขณะเดียวกัน กลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรังและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบก็ได้ดำเนินการคัดค้านโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยความหวั่นวิตกว่าเหมืองจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
แถลงการณ์ ระเบิดภูเขา เท่ากับ ระเบิดโรงเรียน
สำหรับบรรยากาศการยื่นหนังสือ มีนายธนพัฒน์ เด่นบูรณะ รักษาการหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล พร้อมด้วยนายสมพร ทองคำ อุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ออกมารับหนังสือคัดค้านของเครือข่าย จากนั้นผู้แทนครูก็ได้อ่านแถลงการณ์ของคณะครูนักเรียนโรงเรียนอรุณศาสตร์ และชาวบ้านรอบเขาโต๊ะกรัง เรื่อง ขอคัดค้านการอนุญาตประทานบัตร และให้ยกเลิกประกาศแหล่งแร่เขาโต๊ะกรัง จังหวัดสตูล (ระเบิดภูเขา เท่ากับ ระเบิดโรงเรียน และยังทำลายแหล่งอุทยานธรณีโลก) โดยมีเนื้อหาระบุว่า
กระบวนการดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือการศึกษา EIA โครงการสัมปทานเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมเขาโต๊ะกรัง เคยถูกร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะประเด็นความไม่ชอบธรรมในการดำเนินงาน การปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการโดยตรง ซึ่งรวมถึงการไม่ยอมรับข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงของพื้นที่สัมปทาน ที่เชื่อว่าเข้าข่ายไม่สามารถให้อนุญาตประทานบัตรได้ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2562 ในมาตรา 17 อันเป็นมาตราที่ต้องการปกป้องคุ้มครองฐานทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนท้องถิ่น
แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ พวกเราพยายามบอกกับผู้ที่ทำการศึกษาโครงการนี้ว่า “เขาโต๊ะกรัง” ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนที่มีระยะห่างเพียงแค่ 200 – 300 เมตร เท่านั้น ซึ่งรวมถึงถนนสัญจรเส้นหลักหน้าโรงเรียน และถนนทางเข้าหมู่บ้านนาปริก ก็อยู่ในรัศมี 500 เมตร อันถือเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับโรงเรียน ที่มีครูนักเรียนและคนทั่วไปที่มาใช้สถานที่แห่งนี้ศึกษาคัมภีร์อัลกุรอ่านเกือบ 2,000 ขีวิต หากแต่ข้อมูลเหล่านี้กลับไม่ถูกรับฟัง และไม่ถูกบรรจุอยู่ในรายงานการศึกษาโครงการนี้แต่อย่างใด อีกประการสำคัญที่หลายคนยังไม่ทราบคือ เคยมีการสำรวจเบื้องต้นโดยนักวิชาการอิสระที่มีบทบาทอย่างมากในการสำรวจแหล่งฟอสซิลในจังหวัดสตูล จนได้รับการผลักดันให้เป็นเมืองอุทยานธรณีโลก หรือจีโอพาร์ค พบว่า “เขาโต๊ะกรัง” เป็นภูเขาที่อยู่ในยุคเดียวกันและมีฟอสซิลโบราณที่ควรทำการสำรวจอย่างจริงจัง และควรเป็นพื้นที่ขยายของอุทยานธรณีโลกสตูลด้วย
แม้แต่การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2565 ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ห้ามมิให้มีการประชุมหรือรวมกลุ่มกันจำนวนหลายคน ยังพบว่าทางบริษัทที่ปรึกษาโครงการทำการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น แบบที่ไม่เชิญชวนหรือแจ้งให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียสำคัญได้รับทราบเพื่อเข้าร่วมเวทีแต่อย่างใด เสมือนเป็นการ “ลักไก่” หรือแอบจัดเพื่อให้เสร็จสิ้นตามขั้นตอนที่ระเบียบกฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น
การที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ปล่อยให้มีการอนุมัติรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ของโครงการนี้ จึงเป็นเหตุให้สงสัยถึงความโปร่งใสและมาตรฐานในกระบวนการศึกษาของภาครัฐ ที่พวกเราไม่สามารถยอมรับได้ และเรื่องนี้จะต้องถูกตรวจสอบจากศาลปกครองต่อไป และโอกาสนี้ขอเรียกร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้โปรดยับยั้งการดำเนินการในขั้นตอนการอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าไม้และการตั้งโรงงานของโครงการนี้ พร้อมกับดำเนินการเพื่อให้มีการเพิกถอนภูเขาโต๊ะกรัง ออกจากประกาศแหล่งแร่ของจังหวัดต่อไป ตามเหตุผลที่ได้นำเสนอไปแล้วเบื้องต้น ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นมากไปกว่านี้ เพราะเชื่อว่าการปล่อยให้มีการระเบิดภูเขาโต๊ะกรัง เท่ากับเป็นการระเบิดโรงเรียน และยังเป็นการทำลายแหล่งอุทยานธรณีโลกของจังหวัดสตูลไปด้วยเช่นกัน
ผู้ว่าฯ สตูล ยันรับข้อเรียกร้อง ส่ง สผ. ทบทวน อีไอเอ
หลังจากนั้นนายธนพัฒน์ เด่นบูรณะ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล ได้นำตัวแทนเครือข่ายเข้าไปพบเพื่อพูดคุยเจรจากับนายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้กล่าวว่าชาวบ้านได้มีข้อห่วงใยเรื่องการทำอีไอเอ โดยไม่ได้สำรวจความคิดเห็นจากโรงเรียนนี้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ไปรับฟังจากส่วนอื่นที่ไม่มีผลกระทบ ตนจะรวบรวมข้อมูลที่ชาวบ้านมาร้องเรียนวันนี้ส่งไปยัง สผ. เพื่อทบทวนพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง

สำหรับเนื้อหาในหนังสือคัดค้านของเครือข่ายที่ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มีการระบุว่า
เนื่องจาก “เขาโต๊ะกรัง” มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ รวมทั้งมีพืชสมุนไพรหลากหลายชนิด เป็นแหล่งต้นน้ำและป่าน้ำซับซึมตามธรรมชาติ มีการค้นพบหอยทากจิ๋วกาน้ำสีส้มสันขาว (Plectostoma sp.) ที่พบครั้งแรกในประเทศไทย ส่วนพื้นที่โดยรอบเป็นชุมชนดั้งเดิม ซึ่งกรมศิลปากรได้สำรวจค้นพบหลักฐานแหล่งโบราณคดีฯ จำนวนมากถึง 8 แหล่ง อีกทั้งยังมีแหล่งโบราณสถานกุโบร์โบราณ และจุดชมวิวทะเลหมอก เป็นประตูเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสู่เขตอุทยานธรณีโลกสตูล มีความโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์ แหล่งธรรมชาติ และเกษตรปลอดสารพิษ
โดยภาคประชาชนในพื้นที่ได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริการการท่องเที่ยวและผลิตกระท้อนอันเป็นผลไม้ประจำจังหวัด จำหน่ายไปทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความนิยมและชื่นชอบของผู้บริโภคว่าผลโต มีรสหวาน เนื้อนุ่ม หนาฟู เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่เขาโต๊ะกรัง ปัจจุบันได้รับขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดสตูล ตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เล่มที่ 84 เลขที่ประกาศ 238 วันที่ประกาศโฆษณา 25 มิถุนายน 2567
“เขาโต๊ะกรัง” จัดเป็นพื้นที่ป่าชุมชนอย่างแท้จริง เพราะตั้งอยู่ใจกลางชุมชนในรัศมี 500 เมตร ประกอบด้วยชุมชนจำนวนมาก สถานที่ราชการ ศาสนสถาน และสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนอรุณศาสนวิทยามูลนิธิ มีระยะห่างเพียงประมาณ 199.65 เมตร และโรงเรียนรุ่งอรุณ ระยะห่างประมาณ 499.54 เมตร ซึ่งข้อมูลในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ อ้างว่าโรงเรียนอรุณศาสนวิทยามูลนิธิ ห่างจากพื้นที่ประทานบัตร 505 เมตร จึงอาจเป็นข้อมูลเท็จ โดยโรงเรียนฯ มีนักเรียนกว่า 1,000 คน ทั้งแบบประจำและไป-กลับ มีการใช้ประโยชน์พื้นที่เป็นฐานเรียนการรู้ในรายวิชาต่าง ๆ และจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ของนักเรียน หรือ “หนังสือมีชีวิต”
ที่ผ่านมา พื้นที่เขาโต๊ะกรังในเขตอำเภอควนกาหลง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนบ้านเกาะใหญ่ ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนุ้ย และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ใช้เป็นพื้นที่เขาโต๊ะกรังจัดกิจกรรมสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) สำหรับพื้นที่เขาโต๊ะกรังในเขตอำเภอควนโดน ประชาชนในพื้นที่ได้ยื่นคำขอจัดตั้งป่าชุมชนเขาโต๊ะกรัง พื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ต่อสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สงขลา ไปแล้ว ตามหนังสือที่ ปชต 001/2566 ลงวันที่ 25 มกราคม 2566 และองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดนได้มีหนังสือ ที่ สต 71701/999 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2567 เรื่อง การพัฒนาพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นป่านันทนาการ ต่อสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สงขลา โดยเสนอพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่านันทนาการ
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นในรายงาน อีไอเอ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เนื้อหาในหนังสือคัดค้าน ยังระบุอีกว่า กระบวนการขออนุญาตอาจไม่เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชน ประชาชนในพื้นที่จึงร่วมกันยื่นฟ้องกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กับพวกต่อศาลปกครองสงขลา ตามคดีหมายเลขดำที่ ส.1/2564 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2564 เพื่อขอให้ศาลพิพากษาให้ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชน เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้ผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเป็นโมฆะ ไม่สามารถนำเอาไปใช้ประกอบการพิจารณาการขออนุญาตประทานบัตรและการกระทำอื่นใดที่เกี่ยวข้องได้ ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ประกอบกับจังหวัดสตูล ได้เคยมีคำสั่งให้ศูนย์ป่าไม้สตูลตรวจสอบข้อเท็จจริงและชะลอการดำเนินการขอยกเลิกป่าชุมชนเพื่อใช้เป็นพื้นที่ประทานบัตร และกรมป่าไม้ ได้สั่งให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สงขลา ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ผู้ขอประทานบัตรอ้างว่าได้มีบันทึกยินยอมแก้ไขปัญหาราษฎรได้ข้อยุติแล้วนั้น พบว่า โรงเรียนอรุณศาสนวิทยามูลนิธิ คณะครูและนักเรียน ราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียง คัดค้านการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าฯ เพื่อทำเหมืองแร่หินดังกล่าว จึงชะลอการตรวจสภาพป่าจนกว่าผู้ยื่นขอประทานบัตรจะดำเนินการแก้ไขปัญหาราษฎรให้เป็นที่ยุติ ซึ่งปัจจุบันผู้ร้องยืนยันคัดค้านการขอประทานบัตรและการขอเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ฯ ดังกล่าว และไม่ได้ร่วมในบันทึกยินยอมแก้ไขปัญหาราษฎรตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมายต่อหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง
กลุ่มรักษ์เขาโต๊ะกรังและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบได้พิจารณาตรวจสอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการนี้ในเบื้องต้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ยังคงมีหลายประเด็นที่อาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ และอาจนำเสนอข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือพยายามบิดเบือนข้อมูลให้เข้าใจได้ว่า ไม่มีผลกระทบหรือกระทบน้อย จึงขอคัดค้านการให้อนุญาตประทานบัตร กรณีโครงการทำเหมืองชนิดแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ของบริษัท ภูทองอันดา จำกัด ตามคำขอประทานบัตรที่ 4/2559 ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล และขอคัดค้านรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการฯ ตลอดจนคัดค้านการให้อนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 กรณีโครงการดังกล่าว
สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ หนุนตรวจสอบ อีไอเอ ไม่โปร่งใส
ในวันเดียวกันนี้ก็ได้มีแถลงการณ์ของสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เรื่อง ขอคัดค้านสัมปทานเขาโต๊ะกรัง จังหวัดสตูล (ระเบิดภูเขา เท่ากับ ระเบิดโรงเรียน) โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่
- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ที่ปล่อยให้มีการอนุมัติรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ของโครงการนี้ เพราะเห็นได้ถึงความไม่โปร่งใสและไร้มาตรฐานในกระบวนการศึกษา
- ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ยับยั้งการอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้และการตั้งโรงงานของโครงการนี้ไว้ก่อน พร้อมกับดำเนินการเพื่อให้มีการเพิกถอนภูเขาโต๊ะกรัง ออกจากประกาศแหล่งแร่ของจังหวัดต่อไป
- ขอให้โรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ ดำเนินการทางปกครองกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ด้วยเพราะโครงการนี้อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะ พรบ.แร่ พ.ศ. 2560 ตามมาตรา 17 วรรค 4











