CRC รายงานคดีผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลปกครองสูงสุดกำหนดนัดนั่งฟังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีระหว่าง นาย เสน่ห์ เต็มสงสัย กับพวกรวม 30 คน ผู้ฟ้องคดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ 1 คณะรัฐมนตรีที่ 2 กรมโยธาธิการและผังเมืองที่ 3 คณะกรรมการผังเมืองที่ 4 คณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 5

มีคำพิพากษาโดยสรุปดังนี้

การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกกฎกระทรวงให้ใช้บังคับ ผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 แก้ไขกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ.2556 เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยผู้ฟ้องคดีอ้างมาในฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไม่ได้จัดทำรายงานการประเมินผลการเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ และสิ่งแวดล้อมการใช้บังคับผังเมืองรวมเพื่อแสดงให้เห็นว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปอย่างไร ไม่จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้มีส่วนได้เสีย และไม่ได้ปิดประกาศอย่างทั่วถึง การออกกฎกระทรวงดังกล่าวจึงขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งรวมทั้งผู้ฟ้องคดี กรณีจึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า การออกกฎกระทรวงถูกต้องตามขั้นตอนหรือวิธีการที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

ข้อเท็จจริง ปรากฎตามรายงานการประชุมคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2558 ความว่า ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมกับกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ.2556 ตามมาตรา 26 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 และให้ดำเนินการ แก้ไขให้ใช้ตามมาตรา 26/1 เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่และนโยบายการพัฒนาของจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงไม่ต้องจัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและไม่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลการเปลี่ยนแปลงสภาพการและสิ่งแวดล้อมเสนอต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4

โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่า คณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีการจัดตั้งคณะทำงาน 3 ชุด ได้แก่ คณะทำงานพิจารณาบัญชีแนบท้ายโรงงานผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะทำงานพิจารณาบัญชีแก้ไขการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สีฟ้า) ผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะทำงานการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้มีการดำเนินการผลิตสารคดี สปอตวิทยุ ออกอากาศสถานีวิทยุ ประชาสัมพันธ์การแก้ไขผังเมือง และมีการการรับฟังความคิดเห็นกลุ่มอำเภอ 4 ครั้ง และระดับจังหวัด 1 ครั้ง ข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีจึงรับฟังไม่ได้

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกกฎกระทรวงให้ใช้บังคับ ผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 แก้ไขกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ.2556 เป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ข้อเท็จจริงปรากฎตามรายงานการประชุมพิจารณาผังเมืองรวมจังหวัดครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 หลังจากการประกาศใช้กฎกระทรวงบังคับผังเมืองรวม ที่มีการประกาศใช้ ปรากฏว่า สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผลกระทบจากการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงดังกล่าว เนื่องจากข้อกำหนด บัญชีแนบท้ายโรงงานไม่ครอบคลุมอุตสาหกรรมที่จะดำเนินการเพื่อพัฒนาในภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดได้อย่างเหมาะสมในปัจจุบัน รวมทั้งข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินบางประเภทมีผลกระทบต่อการพัฒนาจังหวัด

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สีฟ้า) เปลี่ยนเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (สีขาวมีกรอบและเส้นทยงสีเขียว) เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสภาพเป็นพื้นที่บนดินไม่ใช่พื้นที่ในน้ำซึ่งมีประชาชนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก การกำหนดให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่ง ตามผังเมืองเดิมจึงมีผลกระทบต่อการสร้างที่อยู่อาศัย และการเกษตรกรรม ประกอบกับเรนส์พื้นที่ดังกล่าวไม่กระทบต่อพื้นที่ในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

อีกทั้ง การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ได้มีการออกข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน และมีการออกข้อห้ามการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มเติมที่สอดคล้องและเหมาะสมกับประเภทของที่ดิน ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกกฎกระทรวงจึงเป็นไปตามสภาพการและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นไปเพื่อให้มีหรือทำให้ดียิ่งขึ้นซึ่งการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน เพื่อส่งเสริมการเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม อันเป็นไปตามเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ของการผังเมือง จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมาย

ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้ดำเนินการให้แก้ไข กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2556 โดยมีเหตุผลเพื่อลดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ จึงได้เสนอต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 มีมติให้รับทราบต่อมาเห็นชอบให้แก้ไข ให้สามารถดำเนินกิจการโรงงาน 19 ประเภท และการใช้ที่ดินที่โล่ง จึงรับฟังได้ว่าการออกกฎกระทรวงนี้เป็นการแก้ไขเฉพาะส่วนตามมาตรา 26/1 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง ผู้ฟ้องคดีที่ 3 จึงไม่ต้องทำรายงานสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 26/2 ตามข้ออ้างของผู้ฟ้องคดี เพื่อให้สภาพการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างไร

ในส่วนคำสั่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีการตั้งคณะทำงาน 3 คณะ คำสั่งที่ 3490-3492/2558 ที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ.2518 ซึ่งมีข้อกำหนดให้ต้องมีองค์กรปกครองท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 15-21 คน กฎหมายกำหนดให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ เพื่อให้มาทำหน้าที่ช่วยเหลือการดำเนินการของคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราชในการให้คำปรึกษาและความคิดเห็นเกี่ยวกับผังเมืองที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้วางและจัดทำขึ้นเพื่อให้มีความรัดกุม และเท็จจริงอย่างรอบด้าน จึงไม่มีผลทำให้การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีจึงรับฟังไม่ได้

พิพากษายกฟ้อง

เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) รายงาน

ด้าน นายณรงค์ ไชยคง หนึ่งในผู้ฟ้องคดีได้สื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียหลังรับทราบคำพิพากษาว่า แจ้งเพื่อทราบตามที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอแก้ไขผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช เปลี่ยนพื้นที่ โซนน้ำเค็ม (สีฟ้า) ให้เป็นน้ำจืด (สีขาวพาดเขียว) เมื่อปี 2562 ซึ่งชาวบ้านไม่เห็นด้วย เพราะต้องการสงวนพื้นที่เลี้ยงกุ้งไว้ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด ได้ตัดสินคดีแล้ว ให้เป็นพื้นที่น้ำจืด (สีขาวพาดเขียว) ตามที่กรมโยธาฯ ขอแก้ไขที่กล่าวมาข้างต้น ประชาชนก็น้อมรับ

เพราะตอนนี้ประชาชนเปลี่ยนทำเกษตรกรรมปลูกปาล์มจำนวนมากแล้ว ดังนั้น อันดับต่อไปการพัฒนาของรัฐ ต้องสอดคล้องกับผังเมือง คือ ส่งเสริมการเกษตร เช่น เปลี่ยนแปลงปรับปรุงบ่อกุ้งร้างให้ปลูกปาล์ม เป็นต้น ห้ามทำโครงการขัดแย้งการเกษตร เช่น ขุดคลองเอาน้ำเค็มจากทะเลมาสู่ที่พื้นการเกษตร เป็นต้น

แต่ขอเรียนการเลี้ยงกุ้งน้ำเค็มยังคงเลี้ยงได้เหมือนเดิม เพราะคลองหัวไทรก็คงเป็นน้ำเค็มเหมือมเดิมเพราะมีมาก่อนห้ามยกเลิก สรุปว่า อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับการเกษตร อยู่ร่วมกันได้ อย่างสงบสุข สามัคคี

Views: 32|By |Published On: มิถุนายน 1st, 2026|Categories: ข่าว|Tags: , |

ข่าวอื่นๆที่คุณอาจจะสนใจ