28 มกราคม 2569 ศาลแขวงดุสิต กรุงเทพฯ นัดฟังคำพิพากษาแกนนำขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-move ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งห้ามชุมนุมในรัศมี 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล ตามมาตรา 7 วรรคสี่ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้มีการประกาศกำหนดห้ามชุมนุม รวม 2 คดี ได้แก่

คดีแรก คดีหมายเลขดำที่ อ.869/2568 ความอาญา ที่มีพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ฟ้องนายจำนงค์ หนูพันธ์ รองประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาคและที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) และนายธีรเนตร ไชยสุวรรณ ประธาน P-move ในข้อหาฐานความผิดเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะในสถานที่ห้ามจัดการชุมนุมซึ่งอยู่ในรัศมีห้าสิบเมตรจากทำเนียบรัฐบาล

โดยคดีนี้ เป็นเหตุจากกรณีตัวแทนเครือข่ายชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากทั่วภูมิภาค เครือข่าย P-Move เข้ามาปักหลักชุมนุมบริเวณภายในสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และมีการเคลื่อนไปยังบริเวณหน้าหน้าทำเนียบรัฐบาลในบางช่วง ระหว่างวันที่ 5 – 15 กุมภาพันธุ์ 2567

คดีที่สอง คดีหมายเลขดำที่ อ.870/2568 ความอาญา ที่มีพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ฟ้องนายจำนงค์ หนูพันธ์ รองประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาคและที่ปรึกษา P-move ในข้อหาฐานความผิดเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะในสถานที่ห้ามจัดการชุมนุมซึ่งอยู่ในรัศมีห้าสิบเมตรจากทำเนียบรัฐบาล

โดยคดีนี้ เป็นเหตุจากกรณีตัวแทนเครือข่ายชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากทั่วภูมิภาค เครือข่าย P-Move เข้ามาปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าหน้าทำเนียบรัฐบาล ในช่วงวันที่ 16 ตุลาคม 2567

ทิตศาสตร์ สุดแสน ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) รายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 401 เวลา 9.30 น. ศาลออกนั่งพิจารณา อ่านคำพิพากษาทั้งสองคดี โดยมีคำพิพากษาทั้งสองคดีไปในแนวทางเดียวกัน คือ คำสั่งห้ามชุมนุมในระยะ 50 เมตร จากทำเนียบรัฐบาล ของเจ้าหน้าที่ตำรวจออกประกาศโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีการประกาศให้ผู้ชุมนุมรับทราบแล้ว แต่ผู้ชุมนุมไม่ดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งห้ามชุมนุมดังกล่าว ซึ่งทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ศูนย์กลางในทางบริหารซึ่งต้องทำการเว้นระยะการชุมนุมพอสมควรในการจัดการชุมนุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาลเมื่อมีเหตุได้ รวมถึงต้องคำนึงถึงผลที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยต่อนานาชาติด้วย

อีกทั้ง คำสั่งห้ามชุมนุมในระยะ 50 เมตร จากทำเนียบรัฐบาลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อมีผลบังคับทางกฎหมายแล้ว แต่ไม่ปรากฎว่ามีการเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว คำสั่งดังกล่าวจึงยังมีผลบังคับอยู่ ถึงแม้ผู้ชุมนุมจะได้การคุ้มครองจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่รับรองการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และกติการะหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี แต่ก็ถูกจำกัดด้วยกฎหมายที่ต้องคำนึงถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของประชาชน และการดูแลความสะดวกแก่ประชาชนด้วย

การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งประกาศ 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล ตามมาตรา 7 วรรคสี่ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้มีการประกาศกำหนดห้ามชุมนุม

พิพากษาว่า ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 10,000 บาท ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อกระบวนพิจารณา ลดโทษเหลือ จำคุก 1 เดือน ปรับ 7,500 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุก โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี

โดย คดี อ.869/2568 นายจำนงค์ หนูพันธ์ และนายธีรเนตร ไชยสุวรรณ ต้องจ่ายค่าปรับ คนละ 7,500 บาท รวม 15,000 บาท และคดี อ.870/2568 นายจำนงค์ หนูพันธ์ ต้องจ่ายค่าปรับ 7,500 บาท ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัว ซึ่งหลังจากนี้ก็จะได้มีการยื่นอุทธรณ์ตามกระบวนการต่อไป

ข่าวอื่นๆที่คุณอาจจะสนใจ