วันนี้ (5 สิงหาคม 2569) ศาลแขวงดุสิตนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน ในคดีหมายเลขดำที่ อ.542/2569 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ดุสิต เป็นโจทก์ฟ้อง นายสมศักดิ์ บุญมาเลิศ สมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) กับพวกรวม 5 คน (สมศักดิ์ บุญมาเลิศ, สินชัย รู้เพราะจีน, จรัสศรี จันทร์อ้าย, จำนงค์ หนูพันธ์ และ ธีรเนตร ไชยสุวรรณ) ในฐานความผิดร่วมเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะในสถานที่ห้ามจัดการชุมนุมซึ่งอยู่ในรัศมี 50 เมตร จากทำเนียบรัฐบาล โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

โดยคดีนี้เป็นเหตุสืบเนื่องมาจากการชุมนุมของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ (P-move) ได้มีการนัดรวมตัวกันของเครือข่ายประชาชนจากทุกภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย ซึ่งมีการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 7 ตุลาคม 2567

เวลา 10:00 น. ผู้พิพากษาศาลแขวงดุสิต ได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยทั้งห้าฟังและได้สอบถามว่าจำเลยได้มีการแต่งตั้งทนายเรียบร้อยแล้วทุกคนหรือไม่ และสอบถามจำเลยว่าให้การปฏิเสธหรือต่อสู้คดี โดยจำเลยทั้งห้ายืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยืนยันว่าเป็นการใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ ทั้งพฤติการณ์และจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมก็มิได้เข้าองค์ประกอบในการพิจารณาออกคำสั่งห้ามชุมนุมแต่อย่างใด จึงยืนยันขอสู้คดีจนถึงที่สุด ทั้งนี้ ได้มีตัวแทนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เข้าร่วมสังเกตการณ์ระหว่างการพิจารณาคดีด้วย

โดยคดีนี้ ศาลแขวงดุสิตได้กำหนดนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 และนัดสืบพยานจำเลย ในวันที่ 22 และ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 9:00 น. – 16.30 น.

โดยทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) ให้ความเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 7 วรรคท้าย ได้บัญญัติโดยชัดเจนว่า ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้บัญชาการแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจประกาศห้ามชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาลได้แต่ต้องคำนึงถึงจำนวนของผู้เข้าร่วมชุมนุมและพฤติการณ์ในการชุมนุมด้วย

ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฎว่า ตลอดระยะเวลาในการชุมนุมของกลุ่มพีมูฟ มีจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่มากและพฤติการณ์ของการชุมนุมก็เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ รวมทั้งในคำฟ้องยังไม่ปรากฎว่ามีการบรรยายถึงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความสงบเรียบร้อยของประชาชน นอกจากนี้ การพิจารณาออกประกาศห้ามชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบสถานที่ทำเนียบรัฐบาลของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องคำนึงถึงเรื่องสิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การออกคำสั่งดังกล่าวจึงอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น

อาทิตยา งามประดิษฐ์ ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน รายงาน

ข่าวอื่นๆที่คุณอาจจะสนใจ